โรคขี้เกียจ


ผมว่าทุกคนคงเคยเป็นโรคนี้กันทุกคนแน่นอนครับ  บางทีเราตั้งใจจะทำอะไรแต่ในที่สุด  ก็ล้มเลิกความตั้งใจไปกลางคัน  ไม่เป็นไปดังที่หวังทันที  สาเหตุก็เพราะว่า เป้าหมายที่เราทำมันอาจใหญ่เกินไป ยกตัวอย่างเช่น  คุณตั้งใจจะอ่านหนังสือเล่มหนาๆที่มีเป็นพันหน้าให้จบ  การที่คุณไปเร่งรัดมันสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณนั่นก็คือ ความเครียดจนทำให้รู้สึกท้อ  วิธีแก้ไม่ยากครับ

นั่นก็คืออย่าไปหนึ่งว่าเรากำลังอ่านหนังสือเล่มหนาพันหน้าซิครับ  แต่ให้ฝึกตัวเองอย่างน้อยวันละ 10 หน้าก็ยังดี  จะทำให้เราได้มีกำลังใจในการอ่านหนังสือมากขึ้น  และสามารถสำเร็จได้ดังที่เราปรารถนา  การที่เรามานั่งจมอยู่กับอะไรมากไป  โดยที่ไม่ได้เริ่มทำอะไรสักอย่าง สิ่งเหล่านั้นรังแต่จะทำให้เราทุกข์ใจเปล่า  การมองความสำเร็จโดยแบ่งเป็นขั้นๆ นั้นทำให้เรามองปัญหาได้ทะลุปรุโปร่ง  

การทำอะไรก็ตามแต่ต้องอาศัยความอดทน  มีน้ำใจเป็นนักกีฬามองทุกอย่าง แล้วหาทางแก้ปัญหาให้ได้  อย่าให้ใครมากำหนดดวงชะตาของคุณ   ตัวคุณเองต้องเป็นคนกำหนดทุกอย่าง  ใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหาอย่าตีโพยตีพายไป  ใช้สติในการแก้ไขปัญหารู้จักมีเหตุผล  ต่อไปภายภาคหน้าทุกอย่างจะดีเอง  ต้องรู้จักการวางตัวที่ดี  แล้วใช้ความมานะพยายามอดทนผ่าฝันกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ  เคยได้ยินไหมครับว่า  ปัญหามันก็คือยาดี  เมื่อเราได้รับยาต้านที่ดี  ก็ทำให้ร่างกายเราแข็งแรง  มีภูมิคุ้มกันที่ดีได้  

ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ทุกอย่างเอง  บางทีเรากลัวการไม่กล้าตัดสินใจออกไปทำอะไรใหม่ๆ  บางทีความกลัวก็ทำให้เราย่ำอยู่กับที่  บางทีความกลัวก็ทำให้เรารู้สึกอ่อนแอไปหมด  ทางที่ดีที่สุดก็คือ การหาทางออกให้กับความกลัว  ก็คือกล้าที่จะเดินออกจากความขึ้เกียจ  มองไปข้างหน้า คาดหวังถึงผลลัพธ์ที่ดีกว่านั้นอนาคต  บอกกับตัวเองเลยว่าวันพรุ่งนี้มันจะต้องดีกว่าเดิม  ฉันจะต้องเป็นคนใหม่  มีความหวัง และความปรารถนาที่จะประสบความสำเร็จอย่างแรงกล้า  อย่าให้ใครมาดูถูกคน  อย่าไปสนใจคำคนให้มาก  ยืนหยัดกับเป้าหมายและสิ่งที่คุณทำ  หนักแน่นกับมันและไม่ลดละกับมัน  ความสำเร็จมีให้กับคนที่ชนะเท่านั้น  ผมเชื่อว่าคุณจะผ่านมันไปได้ครับ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

วัดร่องขุ่น

10 ประเภทการออกแบบ

จงเอาเยี่ยงกา แต่อย่าเอาอย่างกา